ชุดสายไฟในรถยนต์มีกี่ประเภท? คู่มือเปรียบเทียบ Wire Harness ทุกตำแหน่งในรถ 2026
ยานยนต์ไฟฟ้า14 นาที

ชุดสายไฟในรถยนต์มีกี่ประเภท? คู่มือเปรียบเทียบ Wire Harness ทุกตำแหน่งในรถ 2026

คำตอบสั้น: บทความนี้แบ่งชุดสายไฟรถยนต์ตามหน้าที่เป็น 8 กลุ่ม ได้แก่ เครื่องยนต์ ตัวถัง แผงหน้าปัด ประตู ไฟส่องสว่าง แชสซี เบาะนั่ง และถุงลมนิรภัย รถแต่ละรุ่นอาจรวมหรือแยกกลุ่มต่างกัน จึงต้องอ้างอิง wiring diagram ของรุ่นรถเมื่อต้องการสั่งอะไหล่หรือผลิตทดแทน

1. ชุดสายไฟในรถยนต์ทำหน้าที่อะไร?

ชุดสายไฟ (Wire Harness) คือระบบประสาทของรถยนต์ ทำหน้าที่ส่งกระแสไฟฟ้าและสัญญาณข้อมูลไปยังอุปกรณ์ทุกจุดในตัวรถ ตั้งแต่ระบบจุดระเบิดเครื่องยนต์ ไปจนถึงระบบไฟส่องสว่างและระบบบันเทิง รถยนต์สมัยใหม่หนึ่งคันใช้สายไฟยาวรวมกัน 1,500–5,000 เมตร แบ่งออกเป็นชุดสายไฟแยกตามตำแหน่งและหน้าที่

การแบ่งชุดสายไฟออกเป็นหลายระบบช่วยให้การผลิต การติดตั้ง และการซ่อมบำรุงทำได้ง่ายขึ้น เพราะช่างสามารถถอดเปลี่ยนเฉพาะชุดที่เสียหายโดยไม่กระทบระบบอื่น บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักชุดสายไฟทั้ง 8 ประเภทหลักที่ใช้ในรถยนต์

Representative project type (illustrative)

ตัวอย่างรูปแบบงานทั่วไป

สถานการณ์: A mining equipment integrator sought a supplier for custom low-to-moderate volume wiring harnesses, with projected significant volume scaling over a multi-year horizon.

โจทย์: The client needed a supplier capable of handling initial low-volume prototype runs while supporting a rapid scale-up to high volumes, all while competing against their existing vendor base.

วิธีแก้: Provided a competitive quotation for the initial low-volume order with a 4-week lead time, demonstrating manufacturing flexibility for low-volume starts and outlining capacity planning for future volume scaling.

ผลลัพธ์: Successfully entered the vendor evaluation shortlist, with the client initiating parallel inquiries for additional projects and planning a factory audit to finalize the long-term partnership.

ขอบเขตงานโดยทั่วไป:

  • Initial low-volume order
  • Short lead time
  • Forecast volume scaling over multiple years

ตัวอย่างนี้เป็นภาพประกอบรูปแบบงานทั่วไป ไม่ได้อ้างอิงลูกค้าหรือโครงการเฉพาะราย

1,500–5,000

เมตร ความยาวสายไฟรวมในรถ 1 คัน

3,000+

จุดเชื่อมต่อในรถยนต์ระดับพรีเมียม

25–40

กิโลกรัม น้ำหนักชุดสายไฟทั้งหมด

8

ประเภทหลักของชุดสายไฟในรถยนต์

2. Engine Wiring Harness (ชุดสายไฟเครื่องยนต์)

Engine Harness เป็นชุดสายไฟที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงที่สุดในตัวรถ เชื่อมต่อ ECU (Electronic Control Unit) เข้ากับเซนเซอร์และอุปกรณ์สำคัญของเครื่องยนต์ ได้แก่ หัวฉีดเชื้อเพลิง (Fuel Injectors), คอยล์จุดระเบิด (Ignition Coils), เซนเซอร์ออกซิเจน (O2 Sensor) และเซนเซอร์ตำแหน่งเพลาข้อเหวี่ยง (Crankshaft Position Sensor)

ข้อกำหนดพิเศษของ Engine Harness:

  • ทนอุณหภูมิได้ 125–200°C เนื่องจากอยู่ใกล้ท่อไอเสียและบล็อกเครื่องยนต์
  • ฉนวนซิลิโคนหรือ PTFE (Teflon) ที่ทนความร้อนสูงกว่า PVC มาตรฐาน
  • ทนน้ำมัน น้ำหล่อเย็น และน้ำมันเบรกที่อาจสัมผัสสายไฟ
  • ทนแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ตลอดอายุการใช้งาน

3. Body Wiring Harness (ชุดสายไฟตัวถัง)

Body Harness เป็นชุดสายไฟขนาดใหญ่ที่สุดในรถยนต์ กระจายอยู่ทั่วตัวถังรถ ทำหน้าที่จ่ายไฟให้ระบบไฟส่องสว่าง ระบบล็อกประตู ระบบเสียง ระบบปรับอากาศ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ Body Harness มักเป็นชุดสายไฟที่มีจำนวนเส้นมากที่สุดและเดินสายซับซ้อนที่สุด

ระบบที่เชื่อมต่อผ่าน Body Harness:

  • ระบบไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟเบรก
  • ระบบเสียงและจอแสดงผลในห้องโดยสาร
  • ระบบปรับอากาศ (HVAC) และระบบทำความร้อนเบาะ
  • ระบบล็อกประตูกลาง ระบบกันขโมย และระบบกระจกไฟฟ้า
  • ระบบ Ground ที่เชื่อมต่อไปยังจุดกราวด์ต่างๆ บนตัวถัง

4. Instrument Panel Harness (ชุดสายไฟแผงหน้าปัด)

Instrument Panel Harness หรือ Dashboard Harness เชื่อมต่ออุปกรณ์แสดงผลและระบบควบคุมทั้งหมดบนแผงหน้าปัด ชุดสายไฟนี้ต้องออกแบบให้กะทัดรัดเป็นพิเศษ เพราะพื้นที่หลังแผงหน้าปัดมีจำกัดและต้องหลีกเลี่ยงการรบกวนทางสัญญาณระหว่างสายไฟข้อมูลกับสายไฟกำลัง

อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ:

  • มาตรวัดความเร็ว รอบเครื่องยนต์ ระดับน้ำมัน และอุณหภูมิ
  • ไฟเตือนต่างๆ เช่น Check Engine, ABS, Airbag
  • ระบบนำทาง GPS และจอ Infotainment
  • ปุ่มควบคุมแอร์ สวิตช์ไฟ และคันโยกใต้พวงมาลัย
  • ช่องชาร์จ USB และพอร์ตเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

5. Door Wiring Harness (ชุดสายไฟประตู)

Door Harness ต้องรับมือกับความท้าทายเฉพาะตัว คือ การเปิดปิดประตูซ้ำหลายหมื่นครั้งตลอดอายุการใช้งาน สายไฟต้องผ่านบานพับประตูซึ่งเป็นจุดที่ถูกดัดงอซ้ำตลอดเวลา จึงต้องใช้สายไฟที่มี Flex Life สูงและ Connector แบบกันน้ำ

อุปกรณ์ในประตูที่ต้องการชุดสายไฟ:

  • มอเตอร์กระจกไฟฟ้า (Power Window Motor)
  • สวิตช์ล็อกประตูไฟฟ้า (Power Door Lock)
  • มอเตอร์ปรับกระจกมองข้าง (Side Mirror Motor)
  • ลำโพง Tweeter และ Woofer ในแผงประตู
  • ไฟ Puddle Light และไฟเตือนเปิดประตู

สายไฟที่ผ่านบานพับประตูต้องมีอายุการดัดงอ (Flex Life) ไม่ต่ำกว่า 100,000 รอบ และใช้ท่อกันขูด (Corrugated Tubing) ป้องกันการเสียดสีกับโลหะ

6. Lighting Harness (ชุดสายไฟระบบไฟส่องสว่าง)

Lighting Harness แยกต่างหากจาก Body Harness ในรถยนต์หลายรุ่น โดยเฉพาะรถที่ใช้ไฟหน้า LED หรือ Matrix LED ที่ต้องการวงจรควบคุมแยก ชุดสายไฟนี้ครอบคลุมระบบไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟถอยหลัง และไฟภายในห้องโดยสาร

คุณสมบัติเฉพาะของ Lighting Harness:

  • ใช้สายขนาด 0.5–1.0 mm² สำหรับระบบ LED ที่กินกระแสต่ำ
  • Connector กันน้ำระดับ IP67 สำหรับไฟหน้าและไฟท้าย
  • ระบบ PWM (Pulse Width Modulation) สำหรับหรี่ไฟ DRL (Daytime Running Light)
  • สาย CAN Bus สำหรับระบบไฟอัจฉริยะ เช่น Adaptive Headlight

7. Chassis Harness (ชุดสายไฟแชสซี)

Chassis Harness เดินสายอยู่ใต้ท้องรถ เชื่อมต่อระบบ ABS, ระบบ Traction Control, เซนเซอร์ความเร็วล้อ (Wheel Speed Sensor) และระบบกันสะเทือนแบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นชุดสายไฟที่สัมผัสกับสภาพแวดล้อมภายนอกโดยตรง จึงต้องทนน้ำ โคลน หิน และเกลือ (ในประเทศที่มีหิมะ)

ข้อกำหนดของ Chassis Harness:

  • Connector กันน้ำระดับ IP68 หรือ IP69K
  • ท่อป้องกัน Corrugated Tubing ป้องกันหินกระเด็น
  • ทนเกลือและสารเคมีบนถนน (Salt Spray Test 500 ชั่วโมงขึ้นไป)
  • ทนอุณหภูมิต่ำ -40°C ถึง +105°C

8. Seat Wiring Harness (ชุดสายไฟเบาะนั่ง)

รถยนต์ที่มีเบาะปรับไฟฟ้า เบาะอุ่น เบาะระบายอากาศ หรือเบาะนวด ต้องมี Seat Harness แยกสำหรับเบาะแต่ละตัว ชุดสายไฟนี้ต้องออกแบบให้ยืดหยุ่นตามการเลื่อนเบาะไปข้างหน้า-หลัง โดยไม่เกิดการเสียดสีหรือหนีบสาย

อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ:

  • มอเตอร์ปรับตำแหน่งเบาะ 8–16 ทิศทาง
  • แผ่นทำความร้อน (Heating Element) ในเบาะและพนักพิง
  • พัดลมระบายอากาศเบาะ (Ventilated Seat Fan)
  • เซนเซอร์ตรวจจับผู้โดยสาร (Occupancy Sensor) สำหรับระบบ Airbag
  • เซนเซอร์เข็มขัดนิรภัย (Seatbelt Reminder Sensor)

9. Airbag Harness (ชุดสายไฟระบบถุงลมนิรภัย)

Airbag Harness เป็นชุดสายไฟที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสูงที่สุด เพราะต้องส่งสัญญาณจุดระเบิดถุงลมนิรภัยได้อย่างแม่นยำภายในเวลาไม่เกิน 30 มิลลิวินาทีหลังตรวจจับการชน สายไฟชุดนี้ต้องแยกวงจรจากระบบอื่นทั้งหมด เพื่อป้องกันการจุดระเบิดโดยไม่ตั้งใจ

ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย:

  • Connector แบบ Shorting Bar ที่ลัดวงจรเมื่อถอดออก เพื่อป้องกันการจุดระเบิดจากไฟฟ้าสถิต
  • สายไฟสีเหลืองเฉพาะ เพื่อแยกแยะจากระบบอื่นได้ทันที
  • ผ่านมาตรฐาน ISO 26262 (Functional Safety) ระดับ ASIL-D
  • แยกวงจรจากสายไฟกำลังและสายสัญญาณอื่นทั้งหมด

10. ตารางเปรียบเทียบชุดสายไฟทั้ง 8 ประเภท

ประเภท ตำแหน่งในรถ ช่วงอุณหภูมิ วัสดุฉนวนหลัก ระดับกันน้ำ
Engine Harness ห้องเครื่องยนต์ -40°C ถึง +200°C ซิลิโคน / PTFE IP67
Body Harness ทั่วตัวถัง -40°C ถึง +85°C PVC / XLPE IP54–IP67
Dashboard Harness แผงหน้าปัด -20°C ถึง +80°C PVC ไม่จำเป็น
Door Harness แผงประตู -30°C ถึง +80°C PVC / XLPE IP65
Lighting Harness ไฟหน้า / ไฟท้าย -40°C ถึง +105°C PVC / ซิลิโคน IP67
Chassis Harness ใต้ท้องรถ -40°C ถึง +105°C XLPE / ซิลิโคน IP68–IP69K
Seat Harness ใต้เบาะ / ในเบาะ -20°C ถึง +80°C PVC ไม่จำเป็น
Airbag Harness พวงมาลัย / คอนโซล / เสา -40°C ถึง +85°C PVC (สีเหลือง) IP54

11. มาตรฐานสายไฟยานยนต์ที่ต้องรู้จัก

สายไฟยานยนต์แต่ละภูมิภาคมีมาตรฐานแตกต่างกัน การเลือกสายไฟให้ตรงตามมาตรฐานที่กำหนดช่วยให้มั่นใจในความปลอดภัยและอายุการใช้งาน

มาตรฐาน ภูมิภาค ข้อกำหนดหลัก
FLRY-B / FLRY-A เยอรมัน / ยุโรป ฉนวนบาง ทนความร้อน 105°C น้ำหนักเบา
AVSS / AVS ญี่ปุ่น ฉนวนบางพิเศษ ประหยัดพื้นที่ ทนสารเคมี
SAE J1128 สหรัฐอเมริกา แรงดันสูงสุด 30V ทนความร้อน 80–125°C
ข้อกำหนดสายไฟยานยนต์ของลูกค้า สากล ครอบคลุมทั้งความร้อน สารเคมี และแรงดึง

12. วิธีเลือกขนาดสายไฟ (Wire Gauge) ให้เหมาะกับแต่ละระบบ

การเลือกขนาดสายไฟที่เล็กเกินไปทำให้เกิดความร้อนสะสม แรงดันตก และเสี่ยงต่อไฟไหม้ ขณะที่สายใหญ่เกินไปเปลืองพื้นที่และเพิ่มน้ำหนัก ตารางต่อไปนี้แสดงขนาดสายไฟที่แนะนำสำหรับแต่ละระบบ

ระบบ พื้นที่หน้าตัด (mm²) AWG เทียบเท่า กระแสสูงสุด
ไฟ LED / เซนเซอร์ 0.35–0.5 22–20 5A
ไฟหน้า / ไฟเลี้ยว 0.75–1.0 18–16 10A
กระจกไฟฟ้า / ล็อกประตู 1.0–1.5 16–14 15A
มอเตอร์พัดลม / คอมเพรสเซอร์ 2.5–4.0 14–12 25A
สตาร์ทเตอร์ / อัลเทอร์เนเตอร์ 6.0–25.0 10–4 50–150A

13. การเลือก Connector สำหรับชุดสายไฟยานยนต์

Connector ที่เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งช่วยป้องกันปัญหาการสัมผัสไม่ดี (Contact Resistance สูง) ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของปัญหาไฟฟ้าในรถยนต์ ปัจจัยสำคัญในการเลือก Connector มีดังนี้:

  • ระดับกันน้ำ: ตำแหน่งที่สัมผัสน้ำ เช่น ห้องเครื่อง ใต้ท้องรถ ต้องใช้ Connector แบบ Sealed ระดับ IP67 ขึ้นไป
  • จำนวนรอบเสียบถอด: มาตรฐาน USCAR-2 กำหนดให้ทนไม่ต่ำกว่า 50 รอบสำหรับ Connector ยานยนต์
  • ทนแรงสั่นสะเทือน: ต้องมีระบบล็อก (Locking Mechanism) ที่ป้องกันการหลุดจากแรงสั่น
  • แบรนด์ที่ OEM ยอมรับ: เช่น TE Connectivity, Aptiv (Delphi), Molex, Yazaki, Sumitomo

14. การบำรุงรักษาและสัญญาณเตือนว่าชุดสายไฟเสื่อมสภาพ

ชุดสายไฟยานยนต์ออกแบบมาให้ใช้งานได้ 10–15 ปี แต่สภาพแวดล้อมที่รุนแรงอาจทำให้เสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด สัญญาณเตือนที่ควรระวังมีดังนี้:

  • ไฟกระพริบ: ไฟหน้าหรือไฟท้ายกระพริบเป็นระยะ อาจเกิดจาก Connector หลวมหรือสายไฟฉนวนเสียหาย
  • ฟิวส์ขาดบ่อย: ฟิวส์ตัวเดิมขาดซ้ำ บ่งบอกว่ามีจุดลัดวงจรในชุดสายไฟ
  • กลิ่นไหม้: ฉนวนสายไฟร้อนจัดจนละลาย ต้องตรวจสอบและซ่อมแซมทันที
  • อุปกรณ์ทำงานผิดปกติ: กระจกไฟฟ้าเปิดช้า ล็อกประตูไม่ทำงาน อาจเกิดจากแรงดันตกเพราะจุดเชื่อมต่อกัดกร่อน
  • ไฟเตือนบนหน้าปัด: ไฟ Check Engine หรือไฟ ABS ติดค้าง อาจเกิดจากสายเซนเซอร์เสียหาย

15. วิธีเลือกผู้ผลิตชุดสายไฟยานยนต์

การเลือกผู้ผลิตชุดสายไฟสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องพิจารณาปัจจัยเฉพาะทางที่แตกต่างจากอุตสาหกรรมอื่น ผู้ผลิตที่เหมาะสมควรมีคุณสมบัติดังนี้:

  • ใบรับรอง IATF 16949: มาตรฐานคุณภาพเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ครอบคลุมการออกแบบ การผลิต และการส่งมอบ
  • ระบบ PPAP (Production Part Approval Process): กระบวนการอนุมัติชิ้นส่วนที่ OEM กำหนด
  • ความสามารถในการทดสอบ: มีห้องทดสอบที่ครอบคลุม Pull Test, Continuity Test, Hi-Pot Test และ Salt Spray Test
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์: เข้าใจข้อกำหนดเฉพาะของ OEM แต่ละราย
  • ระบบ Traceability: ติดตามวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และผลการทดสอบของทุกชิ้นส่วน

WIRINGO ให้บริการผลิต ชุดสายไฟยานยนต์แบบ Custom ครบวงจร พร้อมใบรับรอง ISO 9001 และ IATF 16949 รองรับงานตั้งแต่ Prototype จำนวน 5 ชุด ไปจนถึงการผลิตจำนวนมาก 100,000 ชุดต่อเดือน

16. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ชุดสายไฟในรถยนต์มีน้ำหนักเท่าไร?

รถเก๋งขนาดกลางมีชุดสายไฟหนักประมาณ 25–40 กิโลกรัม รถ SUV หรือรถหรูอาจหนักถึง 50–60 กิโลกรัม ส่วนรถยนต์ไฟฟ้ามีชุดสายไฟหนักกว่ารถยนต์ทั่วไป 15–25% เนื่องจากต้องใช้สาย High Voltage เพิ่มเติม

ชุดสายไฟยานยนต์มีอายุการใช้งานกี่ปี?

ชุดสายไฟที่ผลิตตามมาตรฐานมีอายุการใช้งาน 10–15 ปี ปัจจัยที่ทำให้อายุสั้นลง ได้แก่ ความร้อนสะสม ความชื้น สารเคมีกัดกร่อน และสัตว์แทะสายไฟ

ซ่อมชุดสายไฟหรือเปลี่ยนใหม่ทั้งชุดดีกว่า?

หากเสียหายเฉพาะจุด (1–2 เส้น) สามารถซ่อมจุดเสียหายได้ แต่หากฉนวนแข็งกรอบทั่วชุดหรือมีจุดลัดวงจรหลายจุด ควรเปลี่ยนทั้งชุดเพื่อความปลอดภัย

รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ใช้ชุดสายไฟแตกต่างจากรถสันดาปอย่างไร?

รถ EV ต้องเพิ่มชุดสายไฟ High Voltage (400–800V) สำหรับแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และระบบชาร์จ ซึ่งต้องใช้ฉนวนหนาพิเศษ สีส้มเพื่อระบุสาย HV และ Shielding ป้องกัน EMI

ราคาชุดสายไฟยานยนต์อยู่ที่เท่าไร?

ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของรถ ชุดสายไฟหลักของรถเก๋งมีราคา 200–500 ดอลลาร์ ส่วนชุดสายไฟทั้งคันรวมกันอาจอยู่ที่ 800–2,000 ดอลลาร์สำหรับรถทั่วไป และ 3,000–5,000 ดอลลาร์สำหรับรถหรู

17. บทสรุป

ชุดสายไฟในรถยนต์แต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์สภาพแวดล้อมและข้อกำหนดเฉพาะ ตั้งแต่ Engine Harness ที่ทนความร้อน 200°C ไปจนถึง Airbag Harness ที่ต้องทำงานได้ภายใน 30 มิลลิวินาที การเข้าใจชุดสายไฟแต่ละประเภทช่วยให้วิศวกรและผู้จัดซื้อเลือกวัสดุ Connector และผู้ผลิตได้อย่างถูกต้อง

หากคุณต้องการผู้ผลิตชุดสายไฟยานยนต์ที่มีมาตรฐานสากลและประสบการณ์ในอุตสาหกรรม ติดต่อ WIRINGO วันนี้ เพื่อรับใบเสนอราคาฟรีและคำปรึกษาจากทีมวิศวกร

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลเสริม: เลือก connector ให้ตรงโหลดของแต่ละกิ่งสาย

1. ใช้ contact size และกระแสต่อ contact แยกวงจร

ตัวอย่างสำหรับวงจรแรงดันต่ำในรถและอุปกรณ์ยานยนต์คือ TE DEUTSCH DTM, DT และ DTP ซึ่งมีขนาด contact และช่วงสายต่างกัน ตารางนี้เป็นค่าอ้างอิงของแต่ละซีรีส์ ให้ยึด datasheet ของ part number จริงเป็นหลัก

ข้อมูลซีรีส์ TE DEUTSCH สำหรับคัดเลือกเบื้องต้น
ซีรีส์Contact sizeกระแสต่อ contactช่วงสาย AWG
DTM207.5 A16–22
DT1613 A14–20
DTP1225 A10–14

เลข contact size ไม่ใช่เลข AWG ของสาย และกระแสต่อ contact ไม่ใช่กระแสรวมที่อนุญาตให้ทั้ง harness ควรตรวจโหลดพร้อมกันและ derating ของรุ่นที่ใช้ แหล่งข้อมูล DTM, DT inline catalog และ DTP

2. ตรวจ thermal rating และอายุการเสียบถอดด้วย

TE ระบุ DTP ที่ −55 ถึง +125°C สำหรับการทำงานต่อเนื่องที่กระแสพิกัด และระบุว่าไม่เกิดข้อบกพร่องทางไฟฟ้าหรือกลหลังเสียบถอด 100 รอบ จึงต้องพิจารณาความร้อนบริเวณติดตั้งและจำนวนรอบการซ่อมบำรุงด้วย ไม่เลือกจากค่า 25 A เพียงอย่างเดียว ค่าดังกล่าวเป็นข้อมูลซีรีส์ตาม DTP Performance Specifications

3. ล็อกเอกสารประกอบ connector ใน BOM

สำหรับ DT inline ผู้ผลิตระบุ 108-151009 เป็น Product Specification และ 114-151009 เป็น Application Specification การใส่เลขเอกสารพร้อม revision ใน BOM ช่วยให้การเลือกขั้วต่อกับวิธีประกอบอ้างอิงชุดข้อมูลเดียวกัน และควรระบุ housing, contact, seal และ wedgelock เป็น part number ครบชุด แหล่งข้อมูล: TE DT Inline — Product Documentation

มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?

ทีมวิศวกรของ WIRINGO พร้อมช่วยเหลือคุณ ส่งข้อมูลโครงการมาให้เราวันนี้ — รับประกันตอบกลับภายใน 12 ชั่วโมง ไม่มีข้อผูกมัด

หรือติดต่อโดยตรง: sales@wiringo.com · WhatsApp